
ติ่งหูที่มีก้อนแข็งๆ คล้ายสิว อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ควรได้รับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสมหากก้อนนั้นไม่หายไปเองหรือมีลักษณะผิดปกติ ต่อไปนี้คือสาเหตุที่พบบ่อย:
- ซีสต์ หรือไขมันอุดตัน
ก้อนเล็กๆ ที่ติ่งหูอาจเกิดจากซีสต์หรือไขมันอุดตัน ซึ่งเป็นซีสต์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของไขมันและเคราตินใต้ผิวหนัง ลักษณะของซีสต์มักเป็นก้อนนิ่มถึงแข็ง มีขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ และอาจมีจุดสีขาวหรือสีเหลืองตรงกลาง ในบางกรณี ซีสต์อาจติดเชื้อจนเกิดอาการบวมแดง ปวด หรือมีหนอง
- สิว
บริเวณติ่งหูสามารถเกิดสิวได้ เช่นเดียวกับบริเวณอื่นในร่างกาย โดยสิวมักเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน บางครั้งสิวอาจมีลักษณะเป็นก้อนแข็งๆ เจ็บเมื่อสัมผัส หากบริเวณนั้นสัมผัสกับสิ่งสกปรก เหงื่อ หรือมีการเสียดสี เช่น การใส่หูฟังหรือการเจาะหู อาจกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นได้ง่าย
- ปฏิกิริยาหลังการเจาะหู
การเจาะหูอาจทำให้เกิดปัญหาก้อนแข็งบริเวณติ่งหู โดยเฉพาะหากมีการอักเสบหรือร่างกายมีปฏิกิริยาต่อวัตถุที่ใช้เจาะ เช่น โลหะที่ไม่เหมาะสม อาการเหล่านี้มักเป็นซีสต์หรือก้อนคีลอยด์ (Keloid) ที่เกิดจากเนื้อเยื่อที่พยายามซ่อมแซมตัวเองหลังจากเกิดแผล
- คีลอยด์
คีลอยด์เป็นก้อนเนื้อเยื่อแผลเป็นที่เกิดจากการซ่อมแซมของร่างกายหลังการบาดเจ็บ เช่น การเจาะหูหรือการบาดเจ็บที่ติ่งหู คีลอยด์มักเป็นก้อนแข็ง ขยายใหญ่ได้ และมีสีแดงหรือน้ำตาลเข้ม บางคนอาจรู้สึกเจ็บหรือคันบริเวณก้อน
- การติดเชื้อหรือฝี
การติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้เกิดก้อนบวมที่ติ่งหู ฝีมักมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเจ็บ บวมแดง และอาจมีหนอง หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการอักเสบอาจลุกลามหรือทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงได้
- ก้อนเนื้องอก
แม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อย ก้อนที่ติ่งหูอาจเป็นเนื้องอกได้ ซึ่งอาจเป็นเนื้องอกธรรมดาหรือเนื้องอกร้าย ก้อนเนื้องอกธรรมดามักโตช้าและไม่เจ็บ ในขณะที่เนื้องอกร้ายอาจโตเร็วและมีลักษณะผิดปกติ เช่น ผิวไม่เรียบหรือเปลี่ยนสี หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์ทันที

การดูแลเบื้องต้น
- รักษาความสะอาด: ล้างบริเวณติ่งหูด้วยสบู่อ่อนๆ และน้ำสะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการบีบก้อน: การบีบหรือแกะก้อนอาจทำให้ติดเชื้อหรืออักเสบมากขึ้น
- ใช้ยารักษาสิว: หากเป็นสิว อาจใช้ครีมหรือเจลที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ หรือกรดซาลิไซลิก
เมื่อใดควรพบแพทย์
– ก้อนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
– มีอาการปวด บวมแดง หรือหนอง
– ก้อนไม่หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
– ลักษณะก้อนดูผิดปกติ เช่น มีขอบไม่เรียบ หรือสีผิวเปลี่ยนไป
สนับสนุนโดย hoiana